วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข่าวแ IT ด้านลบ


                     ไขคดี!แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต(1)

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขคดี...แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ล้วงข้อมูลแบงก์จากสลิปเอทีเอ็ม (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ


     
ไขคดี!แก๊งฉกเงินผ่านอินเทอร์เน็ต(1)

 ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งปรากฏภาพคนร้ายขณะเข้าไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 สามารถติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายซึ่งมีพฤติการณ์ใช้ความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์เข้าไปโจรกรรมเงินฝากของลูกค้าธนาคารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                           กลุ่มคนร้ายก่อเหตุมานาน มีผู้เสียหายรวมถึงมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ล่าสุดมี นายณัฐธวัฒน์ ฉัตรวิริยะกุล ตกเป็นเหยื่อ ต้องสูญเสียเงินไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารจำนวน 8 แสนบาท
                           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน และยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในธุรกิจธนาคาร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จึงมอบหมายให้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้าไปอำนวยการการทำงานของตำรวจในการทลายแก๊งโจรไฮแทค ที่มีพฤติการณ์โจรกรรมเงินฝากในบัญชีธนาคาร รวมทั้งประสานความร่วมมือกับทางธนาคาร เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมลักษณะนี้ซ้ำ
                           หลังจากมีผู้เสียหายจำนวนมากถูกโจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.หาญพล สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กระจายกำลังออกหาข่าวในพื้นที่ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับทางธนาคาร เพื่อขอตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของผู้ต้องสงสัย
                           ในการลงพื้นที่ของชุดสืบสวนตำรวจพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ นายธนดล ขจรศักดิ์ชัย หรือ ตี๋ อายุ 41 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นครปฐม โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้นิยมเล่นการพนัน และทุกครั้งที่เสียพนันมักจะคุยโอ้อวดกับนักพนันด้วยกันว่า หาเงินได้ง่าย เพราะสามารถเบิกเงินได้ทางอินเทอร์เน็ต และยังเคยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง โดยการสาธิตวิธีการเบิกเงินผ่านอินเทอร์เน็ตให้นักพนันด้วยกันดู แลกกับการได้เครดิตในการหยิบยืมเงินในวงพนัน
                           หลังจากทราบเบาะแสดังกล่าว ตำรวจชุดสืบสวนได้ขยายผล โดยการขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจากธนาคาร ซึ่งเคยเกิดกรณีคนร้ายโจรกรรมเงินฝากผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ การทำธุรกรรมทางการเงินในในลักษณะนี้ ว่า "อี-แบงกิ้ง"
                           การตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของธนาคารดังกล่าว ทำให้ชุดสืบสวนพบภาพบุคคลต้องสงสัย ซึ่งเมื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่า คือบุคคลคนเดียวกับนายธนดล โดยภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดนั้น พบเห็นพฤติการณ์ขณะนายนพดลป้วนเปี้ยนอยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม และหยิบสลิปที่ลูกค้าธนาคารทิ้งไว้บริเวณนั้น หลังจากทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็มแล้วเสร็จ
                           นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่เห็นพฤติการณ์ของนายธนดล ขณะเข้าไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยบัญชีเงินฝากดังกล่าวเปิดโดยชื่อของบุคคลอื่น และถูกนำไปใช้ในการโยกย้ายเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายเข้ามาพักในบัญชีเงินฝากดังกล่าว ก่อนที่นายธนดลจะถอนเงินออกไป
                           หลักจากมีหลักฐานชัดเจน ตำรวจจึงออกติดตามจับกุมนายธนดลเอาไว้ได้ ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนขยายผลกระทั้งทราบว่า มีคู่หูที่ร่วมกันกระทำผิดอีกคน คือ นายนที ศิระวรวิทย์ อายุ 32 ปี ชาว จ.นครปฐม เช่นกัน จึงติดตามจับกุมมาดำเนินคดีได้อีกคน
                           "นายตี๋ เป็นอดีตนักเรียนนอก เป็นนักเล่นพนันตัวยงด้วย เวลาไปเล่นที่ไหนเมื่อเสียก็จะชอบไปคุยโม้ว่าหาเงินได้ง่าย เบิกทางอินเทอร์เน็ตก็ได้ เคยเบิกให้พวกเพื่อนๆ นักพนันดู จนทำให้ได้รับความเชื่อถือ และเพื่อนๆ ก็ให้ยืมเยอะมากมาย เมื่อสืบทราบจนกระทั่งมั่นใจว่านายธนดลเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเห็นนายธนดลจากกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็ม คอยป้วนเปี้ยนอยู่หน้าตู้ หยิบสลิปที่คนอื่นกดแล้วทิ้งไว้อยู่เป็นประจำ จึงออกหมายเรียกและออกหมายจับในที่สุด" พล.ต.ท.หาญพล ให้รายละเอียดในการติดตามคนร้าย
                           สำหรับวิธีการขโมยเงินผ่านอินเทอร์เน็ต นายธนดลรับสารภาพว่า จะตระเวนเก็บสลิปจากหน้าตู้เอทีเอ็มต่างๆ โดยจะดูว่าสลิปใบใดมีเงินเหลืออยู่ในบัญชีจำนวนมาก เมื่อได้มาแล้วจะนำเลขบัญชีที่อยู่ตรงสลิปไปค้นหาเจ้าของบัญชี ผ่านระบบการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า "อี-แบงกิ้ง" เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วจะไปขอข้อมูลทะเบียนราษฎรจากเจ้าหน้าที่ปกครอง ซึ่งจะทำให้ทราบข้อมูลที่นำมาใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารสำคัญๆ เช่น วัน เดือน ปี เกิด และหมายเลขบัตรประชาชน ของเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ตกเป็นเหยื่อ
                           วิธีการไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง คนร้ายได้ปลอมบัตรประจำตัวข้าราชการปลอม โดยนายธนดล อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ระดับ 7 ส่วนนายนทีอ้างตัวเป็นตำรวจ ระบุชื่อ ด.ต.รังสรรค์ จันทร์รังสี ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ขณะไปติดต่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร ได้แต่งเครื่องแบบข้าราชการ และอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า เจ้าของบัญชีเงินฝากเหล่านั้นเป็นผู้ต้องสงสัยกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและได้รับความสะดวกในการได้มาซึ่งข้อมูลทางทะเบียนราษฎรของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ
                           หลังจากข้อมูลทะเบียนราษฎรมาแล้ว คนร้ายจะทำบัตรข้าราชการปลอมขึ้นมาอีกใบ ระบุชื่อเจ้าของบัตรเป็นชื่อของเจ้าของบัญชี และนำภาพถ่ายของตัวเองมาใส่ไว้ในบัตรข้าราชการดังกล่าวแทน หลังจากนั้นได้นำหลักฐานที่ปลอมแปลงขึ้นไปขอเปิดบัญชีเงินฝากใหม่กับธนาคารเดียวกันกับบัญชีเงินฝากของผู้เสียหาย แต่ต่างสาขา
                           เมื่อสำเร็จแล้วก็ใช้ความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ สมัครใช้บริการโอนเงินออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ อี-แบงกิ้ง โดยระบุขอใช้บริการในบัญชีอื่นๆ ด้วย เมื่อทำเสร็จทั้งหมดก็จัดการโอนเงินจากบัญชีต่างๆ ของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต เข้าสู่บัญชีใหม่ที่เพิ่งเปิด แล้วใช้บัตรเอทีเอ็มกดเงินออกมาทั้งหมด
                           นอกจากคนร้ายทั้ง 2 คนนี้แล้ว ตำรวจภูธรภาค 7 ยังได้ขยายผลติดตามจับกุม นายฉัตรชัย สมบูรณ์บัตร หรือ ปอนด์ อายุ 32 ปี ชาว จ.นครปฐม และอยู่ระหว่างการติดตามตัว นายสุดเขต ศิริรังสี อายุ 40 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์เช่นเดียวกับนายธนดล และนายนที คือการใช้ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์โจรกรรมเงินฝากจากบัญชีธนาคารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                           โดยวิธีการกระทำความผิดของคนร้าย รายหลังจะแตกต่างจากรายแรกเล็กน้อย โดยเปลี่ยนจากวิธีค้นหาข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารของเหยื่อจากสลิปเอทีเอ็ม เป็นใช้ข้อมูลจากเลข 16 หลัก หน้าบัตรเครดิต ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแทน ซึ่งคนร้ายสองรายหลังนี้มีนายสุดเขต เป็นหัวหน้า รู้วิธีการโจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากลักษณะนี้ เพราะมีความเชี่ยวชาญ หลังจากเข้าไปเล่นการพนันออนไลน์ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                           พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูลว่า กลุ่มคนร้ายที่มีพฤติการณ์โจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารนั้น มีพฤติการณ์ทำงานกันเป็นทีม ซึ่งอาศัยช่องโหว่ของระบบการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคาร เข้าไปโจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของเหยื่อ โดยปลอมแปลงบัตรข้าราชการเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขณะเข้าไปติดต่อขอข้อมูลของเหยื่อจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงการไปติดต่อขอเปิดบัญชีใหม่กับพนักงานธนาคาร แล้วใช้ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาโยกย้ายเงินจากบัญชีเงินฝากของเหยื่อไป
                           "วิธีการโจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เจ้าของบัญชีเงินฝากที่ตกเป็นเหยื่อจะไม่รู้ตัว ซึ่งได้ขอความร่วมมือทางธนาคารต่างๆ แล้วให้ช่วยตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาติดต่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารทั้งที่มีบัญชีเงินฝากอยู่กับธนาคารในบัญชีอื่นอยู่แล้ว ว่า หน้าตาผู้ที่มาเปิดบัญชีใหม่ตรงกันกับฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้ได้ในระดับหนึ่ง" พล.ต.ท.จรัมพร เปิดเผย
                           หลังการจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม และฉ้อโกงทรัพย์โดยการแสดงตนเป็นคนอื่น ขณะที่นายสุดเขตตำรวจยังคงติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนั้นยังอยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายที่ยังมีพฤติการณ์ลักษณะเช่นนี้อีกหลายกลุ่ม
                           สำหรับวิธีการโจรกรรมเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารนั้น จากสถิติการเกิดอาชญากรรมพบว่า มีคดีลักษณะนี้มาเป็นระยะ เพียงแต่พฤติการณ์และรูปแบบการก่อเหตุแตกต่างกันไป ซึ่งวิธีการของคนร้ายมีรูปแบบอย่างไรบ้าง รวมทั้งมาตรการในการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ สามารถทำได้อย่างไร ติดตามต่อตอนหน้า


ผลด้านลบของข่าวนี้
1.ทำให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านอินเทอร์เน็ตได้รับความเสียหายทางด้านต่างๆ
2.ทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเกิดความหวาดกลัวต่อสุขภาพทางด้านจิต
3.ทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตเกิดอันตรายทางด้านทรัพยสิน
4.ทำให้เกิดอันตรายต่อการเงินภายในประเทศ
5.ทำให้เกิดความเสียหายทางด้านชื่อเสียงของประเทศ


วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET


แนวข้อสอบ O-NET มัธยมศึกษาปีที่ 6


เว็บไซต์ ที่ 1 : http://forum.02dual.com/index.php?topic=1470.0

เว็บไซต์ ที่ 2 : https://www.facebook.com/02dualedu/posts/461994593862451




ตัวอย่างข้อสอบ O-NET 

วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

1. ข้อใดคือลักษณะที่แสดงความผอมและความอ้วนได้ดีที่สุด
      1) ขนาดของรอบเอว
      2) ความหนาของผิวหนัง
      3) ความกระฉับกระเฉง
      4) ปริมาณความหนาของไขมัน

2. ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ผอม
      1) พันธุกรรม
      2) ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
      3) ความผิดปกติของต่อมไฮโปทาลามัส
      4) รับประทานอาหารไม่พอกับความต้องการของร่างกาย

3. ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดของความอ้วน
     1) พันธุกรรม
     2) รับประทานยาบางประเภททำให้อ้วน
     3) รับประทานมากและไม่ออกกำลังกาย
     4) รับประทานอาหารเกินความต้องการของร่างกาย

4. ข้อใดเป็นวิธีลดความอ้วนได้ดีที่สุด
    1) ใช้ยาลดความอ้วน    
    2) ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้านวด
    3) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    4) รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง

5. ในการลดความอ้วนต้องคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด
    1) ปริมาณและคุณค่าอาหาร
    2) ปริมาณอาหารและแคลอรี่
    3) ความพยายามและกำลังใจ
    4) จำนวนมื้ออาหารและชนิดของอาหาร 

 6. โดยทั่วไปคนอ้วนมักตายด้วยโรคใดมากที่สุด
    1) โรคหัวใจ  
    2) โรคเบาหวาน
    3) โรคมะเร็ง
    4) โรคไขข้ออักเสบ

7. บุคคลทั่วไปมีน้ำหนักมาตรฐานขึ้นอยู่กับข้อใด
    1) อายุ ส่วนสูง โครงสร้างของร่างกาย
    2) เพศ ส่วนสูง โครงสร้างร่างกาย
    3) อายุ อาหารและการออกกำลังกาย
    4) พันธูกรรม อาหาร การออกกำลังกาย

8. สุรชัยมีส่วนสูง 175 เซนติเมตร หนัก 68 กิโลกรัม สุรชัยมีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ใด
    1) อ้วน
    2) ผอม 
    3) ได้สัดส่วน
    4) ควรเพิ่มน้ำหนัก

9. ลานนา มีส่วนสูง 153 เซนติเมตร หนัก 58 กิโลเมตร ลานนามีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ใด
    1) อ้วน
    2) ผอม
    3) ได้สัดส่วน
    4) ควรเพิ่มน้ำหนัก

10. ข้อใดมีผลมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของความอ้วน - ความผอม
     1) อาหาร
     2) พันธูกรรม
     3) ฮอร์โมน
     4) การออกกำลังกาย